สถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ที่มีแพทย์ประจำ มี 10 แห่ง

โรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 1 ถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000

โทร : 074 314 998

วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล : เป็นโรงพยาบาลมาตรฐานด้านการบริการทางการแพทย์ และเป็นศูนย์เวชศาสตร์ทางทะเล ในเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

 
 
โรงพยาบาลฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 92 หมู่ 5 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82210

โทร : 076 565 741 

วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล : เป็นโรงพยาบาลปฐมภูมิประจำหน่วยงานกองทัพเรือที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจและพัฒนาศักยภาพเพื่อให้หน่วยงานเป็นเลิศในงานส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาด้านเวชศาสตร์ทางทะเลของกรมแพทย์ทหารเรือ

 
 

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 204 ถนน สุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270

โทร : 02 475 7430

วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล : เป็นหน่วยแพทย์ทหารที่สนับสนุนการผลิตนักเรียนนายเรือให้มีสุขภาพและสมรรถภาพเหมาะสมกับการเป็นนายทหารสัญญาบัตรมืออาชีพ

สถานที่ตั้ง : รพ.ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ 57 ม.5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 10290

โทร. 02 475 6292 

 

วิสัยทัศน์ของหน่วย : เป็นสถานพยาบาลปฐมภูมิคุณภาพของกองทัพเรือ

กองพันพยาบาล กรมสนับสนุน
กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

สถานที่ตั้ง : ค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เลขที่ 2491 หมู่ที่ 1 ถนนสุขุมวิท ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20180 

โทร : 038 334196

วิสัยทัศน์ของหน่วย : กองพันพยาบาล เป็นองค์กรที่เป็นเลิศในด้านการบริการทางการแพทย์สนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร และส่งเสริมสุขภาพที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของกองทัพเรือ

กองพันพยาบาล กรมสนับสนุน
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 2396 หมู่ที่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20180 

โทร : 038 245760 ต่อ 79483

วิสัยทัศน์ของหน่วย : เป็นกองพันพยาบาลที่มีขีดสมรรถนะในการจัดการดูแลผู้ป่วยเจ็บจำนวนมาก และเป็นหน่วยปฐมภูมิที่ให้บริการสุขภาพอย่างยั่งยืน

สถานที่ตั้ง : กองร้อยพยาบาล กองสนับสนุนการช่วยรบ กองกำลังด้านจันทบุรี-ตราด (ค่ายตากสิน) ถนนท่าหลวง ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี 22000

โทร : 039-311099 ต่อ 37828, 37827

วิสัยทัศน์ของหน่วย : กองร้อยพยาบาล กองสนับสนุนการช่วยรบ กองกำลังด้านจันทบุรี- ตราด เป็นผู้นำด้านส่งเสริมสุขภาพและให้การบริการทางการแพทย์ที่มีความพร้อมสูงสุดของ กองกำลังป้องกันชายแดน ด้านจันทบุรีและตราด

สถานที่ตั้ง : แผนกแพทย์โรงเรียนชุมพลฯ เลขที่ 51 หมู่ 5 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20251

โทร : 66350

 

วิสัยทัศน์ของหน่วย : แผนกแพทย์ฯเป็นสถานพยาบาลปฐมภูมิที่มีความพร้อมในด้านการรักษาและสร้างเสริมสุขภาพให้ รร.ชุมพลฯ เป็นชุมชนเข้มแข็ง

สถานที่ตั้ง : แผนกแพทย์ กบร. กร. 70หมุ่2 ต. พลา อ. บ้านฉาง จ. ระยอง 21130
 
โทร : 038-245666ต่อ 35530/3566
 

วิสัยทัศน์ของหน่วย : เป็นสถานพยาบาลขั้นปฐมภูมิ ที่มีคุณภาพในงานด้านนิรภัยเวชกรรมการบินของกรมแพทย์ทหารเรือ

สถานที่ตั้ง :หมวดพยาบาล ค่ายจุฬาภรณ์ เลขที่ 241 หมู่ 10 ตำบล โคกเคียน อำเภอ เมืองโคกเคียน 96000

โทร :

วิสัยทัศน์ของหน่วย : มุ่งสู่การเป็นสถานพยาบาลส่งเสริมสุขภาพขั้นปฐมภูมิที่มีคุณภาพของกองทัพเรือ

          

                  สถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ (Naval Primary Health Care Unit- PHU)  หมายถึง หน่วยงานในระบบบริการสุขภาพกองทัพเรือ ที่จัดบริการปฐมภูมิ (Primary Care) ในเขตพื้นที่ ที่เป็นที่ปฏิบัติงานของกำลังพลกองทัพเรือ มีพันธกิจในการบริการสุขภาพแก่กำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึงด้วยคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงทำหน้าที่ส่งต่อและประสานเชื่อมต่อการบริการอื่น ๆ ทั้งด้านการแพทย์และสังคม อาจเป็นโรงพยาบาล หน่วยแพทย์ ห้องพยาบาล ซึ่งมีทั้งหน่วยบกและหน่วยเรือกระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีกำลังพลกองทัพเรือปฏิบัติงานอยู่

ภารกิจ

                  สถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ มีภารกิจตามระบบบริการสุขภาพกองทัพเรือ ให้บริการสุขภาพทั้ง 2 ประเภท คือ

1. การบริการสุขภาพเพื่อความพร้อมของกองทัพเรือ (Readiness Health Service)  

หมายถึง การบริการสุขภาพที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมให้กำลังพลกองทัพเรือมีความพร้อมด้านสุขภาพที่จะปฏิบัติงานตามภารกิจ และสนับสนุนปฏิบัติการอื่นของกองทัพเรือด้านการแพทย์ ประกอบด้วย

Shape คือ การเตรียมกำลังรบให้มีสุขภาพดี และมีสมรรถนะเหมาะสมกับหน้าที่ (ในปัจจุบัน หมายรวมถึง กำลังพลกองทัพเรือทั้งหมด) ได้แก่

  • การสร้างเสริมสุขภาพ แก่กำลังพลหน่วยที่รับผิดชอบ ทั้งกลุ่มดี กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย ได้แก่ การจัดกิจกรรม / โครงการ / การให้ความรู้ด้านสุขภาพต่างๆ การสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี การให้ความรู้เรื่องโรคที่พบบ่อย
  • การสร้างเสริมสมรรถภาพ
  • การคัดกรองและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพจิต
  • การตรวจสุขภาพ (ทำได้บางหน่วย)
  • การคัดกรองและแก้ไขภัยสุขภาพที่สำคัญ เช่น ปัญหายาเสพติด

Prepare คือ การป้องกันกำลังรบไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยจากการปฏิบัติการทางทหาร (ในปัจจุบัน หมายรวมถึง การจัดบริการป้องกันทางการแพทย์ เพื่อไม่ให้กำลังพลเกิดการเจ็บป่วย) ได้แก่

  • อาชีวอนามัยและมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เป็นการป้องกันภัยที่เกิดจากลักษณะการทำงาน การฝึก การปฏิบัติการทางทหาร เช่น การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร การทำงานในที่แคบ การเจ็บป่วยจากโรคลมเหตุร้อน (Heat Stroke) ข้อพลิก กระดูกหัก หูตึง ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น
  • สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหาร
  • การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ได้แก่ การฉีดวัคซีนป้องกันโรค
  • การเฝ้าระวังและควบคุมโรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดต่อต่างๆ 
  • งานนิรภัยเวชกรรมใต้น้ำและการบิน

Response การดูแลรักษากำลังรบอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดการเจ็บป่วยทุกที่ ทุกเวลา (ในปัจจุบัน หมายรวมถึง การจัดให้มีการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการส่งกลับอย่างมีระเบียบและรวดเร็ว เพื่อลดความพิการ และการเสียชีวิต) ได้แก่

  • การบริการการแพทย์ตามหลักยุทธวิธี
  • การส่งกลับสายแพทย์
  • การส่งกำลังสายแพทย์
  • การสร้างเสริมขีดความสามารถในการปฐมพยาบาลและกู้ชีพขั้นพื้นฐาน แก่กำลังพล ทร.ในหน่วยที่รับผิดชอบ
  • การสร้างเสริมขีดความสามารถในการช่วยชีวิตทางน้ำ แก่กำลังพล ทร.ในหน่วยที่รับผิดชอบที่มีภารกิจปฏิบัติการทางน้ำ/ทางทะเล
  • การสร้างเสริมขีดความสามารถในการช่วยชีวิตเชิงยุทธวิธีแก่กำลังพล ทร.ในหน่วยที่รับผิดชอบที่มีภารกิจปฏิบัติการรบ

2. การบริการสุขภาพเพื่อสวัสดิการสุขภาพ (Beneficiary Health Service)

หมายถึง การบริการที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการด้านสุขภาพแก่กำลังพลและครอบครัว ตลอดจนเพื่อให้บริการแก่สาธารณชนพอสมควร เป็นการให้บริการตรวจรักษาทั่วไป สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค อีกทั้งในบางหน่วยสามารถให้บริการพิเศษเฉพาะด้านได้ เช่น ด้านเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง ทันตกรรม กายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย โดยกำลังพล ทร.และครอบครัว ตลอดจนทหารกองประจำการ นักเรียนทหาร อาสาสมัครทหารพราน และบุตรข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ/ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่อายุ 20-28 ปี สามารถรับบริการได้ทุกที่ตามสิทธิ์ที่ได้รับ รวมถึงยังทำหน้าที่ส่งต่อและประสานเชื่อมต่อการบริการอื่น ๆ เป็นเครือข่าย เพื่อให้สามารถจัดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ตลอดจนมีศักยภาพรองรับภารกิจของกองทัพเรือ

             สถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะทุกที่ตั้งอยู่ในหน่วยขึ้นตรง ทร. สะดวกต่อการเข้าถึง ให้บริการในเวลาราชการแต่สามารถรองรับภาวะฉุกเฉินตลอด 24 ช.ม. และในสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือระดับที่มีแพทย์ประจำ จะมีหอผู้ป่วยในสำหรับรับป่วยโรคที่ไม่ซับซ้อน สังเกตอาการ หรือพักฟื้น สำหรับโรคที่เกินขีดความสามารถ จะมีแนวทางและเครือข่ายในการส่งต่อ ซึ่งอาจจะเป็นสถานพยาบาลกองทัพเรือ หรือ โรงพยาบาลเครือข่ายสาธารณสุขหรืออื่นๆในพื้นที่

             ในการดูแลสุขภาพชุมชน จะมีบทบาทที่ทับซ้อนกับทางสาธารณสุข ทางคณะทำงานพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ จึงได้ให้คำจำกัดความของชุมชน และประชากรกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

             ชุมชน ทร. ที่สถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ รับผิดชอบ หมายถึง กลุ่มคนที่เป็นกำลังพล ทร. และไม่ใช่กำลังพล ทร.ที่อยู่ในพื้นที่หรืออาณาเขตที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ โดยกลุ่มคนในบริเวณนั้นต้องมีปฏิสัมพันธ์กัน

             ประชากรกลุ่มเป้าหมาย หมายถึง กำลังพลและทหารกองประจำการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมถึงครอบครัวเฉพาะที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่หน่วยแพทย์รับผิดชอบ

การแบ่่งระดับสถานพยาบาบปฐมภูมิ กองทัพเรือ ตามศักยภาพ

1569295750683

แบ่งศักยภาพการบริการเป็น 2 ระดับ คือ 

  1. หน่วยบริการที่มีแพทย์ประจำ PHU L1 (Primary Health Unit : Level 1) มีจำนวน 10 แห่ง ได้แก่
  • กองพันพยาบาล กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน
  • กองพันพยาบาล กรมสนับสนุน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
  • โรงพยาบาลโรงเรียนนายเรือ
  • โรงพยาบาลป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ
  • โรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาค 2
  • โรงพยาบาลฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาค 3
  • แผนกแพทย์ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
  • แผนกแพทย์ สถานีการบิน กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ
  • ร้อยพยาบาล กองสนับสนุนช่วยรบ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี – ตราด
  • หมวดพยาบาล กองร้อยกองบังคับการและบริการ กองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
  1. หน่วยบริการที่ไม่มีแพทย์ประจำ มีพยาบาลประจำ ในปัจจุบันมีการแบ่งดังนี้

PHU L2 (Primary Health Unit : Level 2) มีพยาบาลประจำตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป 

PHU L3 (Primary Health Unit : Level 3) มีพยาบาลประจำ 1 – 2 คน

PHU L2 และ PHU L3 มีจำนวนรวมประมาณ 100 หน่วยย่อย กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

  • พื้นที่ กทม. และปริมณฑล
  • พื้นที่ภาคตะวันออก
  • พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
  • พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
  • พื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน

การแบ่งประเภทสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. ตามหน่วยต้นสังกัด

 1.หน่วยแพทย์ที่สังกัดหน่วยที่มีหน้าที่เตรียมกำลัง

2.หน่วยแพทย์ที่สังกัดหน่วยที่มีหน้าที่ใช้กำลัง

  • 3.หน่วยแพทย์สังกัดยุทธบริการ
  • ห้องพยาบาล อรม.อร. , ห้องพยาบาล อจปร. อร.
  • แผนกพยาบาล กองประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ สพ.ทร.ห้องพยาบาล กคส.สพ.ทร.
  • ห้องพยาบาล กรมขนส่ง ทหารเรือ , ห้องพยาบาล รร.สสท.

4.หน่วยแพทย์ที่สังกัดส่วนการศึกษา

  • โรงพยาบาลโรงเรียนนายเรือ
  • แผนกแพทย์โรงเรียนชุมพล
  • แผนกแพทย์ศูนย์ฝึกทหารใหม่ (ยุบหน่วยตั้งแต่ 1 เม.ย. 62)
  • ห้องพยาบาล บก.ยศ.ทร.

5.หน่วยแพทย์ที่สนับสนุนกองบัญชาการและกรมฝ่ายอำนวยการ

  •  ห้องพยาบาล กรมยุทธการทหารเรือ
  • ห้องพยาบาล กองบัญชาการกองทัพเรือ (วังนันทอุทยาน)

การแบ่งประเภทสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร ตามประเภทเครือข่าย

โดยมีการแต่งตั้งเครือข่าย 5 แห่ง ได้แก่

  1. รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส.
  2. รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร.
  3. รพ.ทร.กรุงเทพ พร.
  4. รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า พร.
  5. กสส.พร.

หน้าที่ของหัวหน้าเครือข่าย สถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. มีดังนี้

  1. ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานเบื้องต้นทั้งด้านบุคลากร ด้านส่งกำลังบำรุง ด้านงบประมาณ และด้านบริหารจัดการให้กับหน่วยปฐมภูมิที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  2. ร่วมกับเจ้าภาพกลยุทธ์ตามยุทธศาสตร์ พร. ในการช่วยเหลือหน่วยปฐมภูมิ ทร.ที่อยู่ในความรับผิดชอบในการจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วย รวมทั้งกำกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนฯ และถูกต้องตามคู่มือการปฏิบัติงานของหน่วยปฐมภูมิที่เจ้าภาพกลยุทธ์ได้จัดทำแล้ว
  3. ร่วมกับ กวก.ศวก.พร. ในการพิจารณาแผนการพัฒนาบุคลากรหน่วยปฐมภูมิให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรม ทบทวน วิธีการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามคู่มือการปฏิบัติงานของหน่วยปฐมภูมิที่เจ้าภาพกลยุทธ์ได้จัดทำ และมีขีดสมรรถนะที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ พร.
  4. ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำปรึกษาให้กับหน่วยปฐมภูมิที่อยู่ในความรับผิดชอบ ในการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน สถิติ ตัวชี้วัดต่างๆ และในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพประจำปี รวมทั้งติดตามกำกับให้ความช่วยเหลือให้เป็นไปตามแผน
  5. ร่วมกับหน่วยแพทย์ปฐมภูมิที่อยู่ในความรับผิดชอบในการจัดทำแผนสร้างเสริมสุขภาพขั้นพื้นฐาน และแผนการสร้างเสริมสุขภาพรายโรคตามปัญหาสุขภาพกำลังพล ทร.ในพื้นที่ และติดตามกำกับให้ความช่วยเหลือให้เป็นไปตามแผน

            สำหรับแม่ข่ายด้านเวชกรรมป้องกัน จะมี กกป.พร. หรือ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส. รับผิดชอบให้การสนับสนุน

            กรมแพทย์ทหารเรือได้เห็นความสำคัญของสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือมาโดยตลอด และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของกรมแพทย์ทหารเรือ ตั้งแต่แผนยุทธศาสตร์กรมแพทย์ทหารเรือ ปี 45 – 49 จนถึงฉบับปัจจุบันคือ แผนยุทธศาสตร์กรมแพทย์ทหารเรือ ปี 62 – 64 ในกลยุทธ์ที่ 8.3 พัฒนาสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ให้มีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด และขยายศักยภาพให้เป็นไปตามภารกิจที่ ทร.มอบหมาย โดยมี กองสวัสดิการสุขภาพ พร.เป็นเจ้าภาพกลยุทธ์ มีการตรวจเยี่ยมของผู้บริหารระดับสูงของ พร.ทุกปี เพื่อรับทราบปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไข ทำให้มีการพัฒนาคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงบริการระหว่างสถานพยาบาลปฐมภูมิกับสถานพยาบาลระดับ   ทุติยภูมิและตติยภูมิ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นโปรแกรมสารสนเทศในการบริการร่วมกัน และมีฐานข้อมูลประวัติสุขภาพเดียวกัน เพื่อให้สะดวกในการเข้ารับบริการได้ทุกที่ มีการพัฒนาระบบแม่ข่ายเพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้แก่สถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ที่รับผิดชอบ  มีการพัฒนาด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ตลอดจนพัฒนาไปสู่การรับรองการผ่านเกณฑ์มาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพฉบับประยุกต์เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ พ.ศ.2555 HPH NQC (Health Promotion Hospital National Quality Criteria) ของสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือระดับที่มีแพทย์ประจำครบทุกแห่งในปี 2559

            ในปี 2558 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดทำประกาศเรื่อง เกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ สำหรับประเมินหน่วยบริการที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียน และเพื่อต่อสัญญาเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่ง พร. เป็นหน่วยบริการประจำของ สปสช. “สิทธิ 30 บาทกรมแพทย์ทหารเรือ” โดย สถานพยาบาลต่างๆของพร. ที่ให้บริการผู้ป่วยสิทธิ 30 บาท กรมแพทย์ทหารเรือ ได้แก่ สถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ

ปี งป. 60 พร. จึงแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. เพื่อดำเนินการจัดทำมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพการบริการสุขภาพของสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. ตามแผนยุทธศาสตร์ พร. ปี 2559 -2562 และเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพของ สปสช.

หน้าที่ของคณะทำงานพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ

  1. ทบทวนแนวทางมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. ให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ โดยจัดทำมาตรฐานในทุกระดับของสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. ให้สอดคล้องกับการบริการสุขภาพเพื่อสวัสดิการ และเพื่อความพร้อมของ ทร. รวมทั้งให้มีความสอดคล้อง เชื่อมโยงกับมาตรฐานงานหน่วยบริการในระบบสาธารณสุข และ สปสช.
  2. ส่งเสริมและเผยแพร่แนวทางมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทร. สู่การปฏิบัติในทิศทางเดียวกันทุกระดับเพื่อให้เกิดความความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน
  3. ส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรหน่วยปฐมภูมิ ตามแนวทางมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ
  4. พัฒนา จัดทำ ทบทวนเครื่องมือประเมินคุณภาพฯ ให้เป็นที่ยอมรับในงานสาธารณสุข
  5. พัฒนาให้มีระบบติดตามประเมินผล

            คณะทำงานพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ได้จัดทำมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ปี 2560 ขึ้น โดยอ้างอิงจากมาตรฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หลักการแพทย์ทหาร มาตรฐานสาธารณสุข มาตรฐานระบบบริการสุขภาพของ สปสช. และมาตรฐานวิชาชีพต่างๆของประเทศไทย และมีการสื่อสารทำความเข้าใจเพื่อนำสู่การปฏิบัติ

ในปี 2562 คณะทำงานพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ได้ทบทวนมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ปี 2560 และผลการประเมินในปี 2561 เห็นควรให้มีการปรับข้อกำหนดให้มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับบริบทของสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือ ลดความซ้ำซ้อน และกำหนดเกณฑ์คะแนนเป็นรายละเอียดในแต่ละข้อ รวมถึงกำหนดเกณฑ์ผ่านเป็นระดับที่มีความชัดเจน จึงได้พัฒนาต่อยอด โดยจัดทำคู่มือแนวทางการตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ กองทัพเรือขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อ

  • ให้หน่วยปฐมภูมิ ใช้เป็นคู่มือในการพัฒนาคุณภาพ โดยเปรียบเทียบสิ่งที่เป็นอยู่จริง กับสิ่งที่กำหนดในมาตรฐาน และพัฒนาในส่วนที่ขาดให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  • เพื่อให้แม่ข่ายเข้าใจและสามารถเป็นพี่เลี้ยง และให้คำปรึกษาได้ตรงกัน
  • เพื่อให้ทีมผู้ตรวจประเมินให้คะแนนโดยใช้มาตรฐานเดียวกัน และมีความเข้าใจตรงกัน
  • เพื่อให้ พร. ใช้เป็นแนวทางในการวางระบบต่างๆในภาพรวม
  • สามารถเทียบเคียงผลการประเมินระหว่างหน่วยปฐมภูมิ และเปรียบเทียบแนวโน้มในการพัฒนา ในแต่ละปีได้
  • ทำให้สามารถสรุปได้ว่า หน่วยปฐมภูมิแต่ละแห่งมีการพัฒนาถึงระดับใด และต้องพัฒนาต่อในส่วนไหน

ในปี 62 ได้มีการถ่ายทอดมาตรฐานสู่การปฏิบัติ และลงพื้นที่เพื่อตรวจประเมินเป็นเกณฑ์คะแนนในสถานพยาบาลปฐมภูมิระดับที่มีแพทย์ประจำ รวมถึงสถานพยาบาลปฐมภูมิที่ไม่มีแพทย์ประจำเป็นอันดับถัดไป

 

                                                                                                กสส.พร. เรียบเรียง

                                                                                                    17 มี.ค. 62